double leafs และลาเต้อาร์ตเทคนิค

18 10 2009

รวมๆ มาให้ครับ ช่วงนี้เปลี่ยนเครื่องชงใหม่ สตีมดีกว่าเดิมพวกเราที่ซีทฯ เลยเทอาร์ตกันสนุกขึ้น หลายคนชอบถามว่ามีเทคนิคการฝึกอย่างไร ตอบทีไรก็เหมือนคนหวงวิชาถูกหาว่า “กั๊ก” ทุกครั้ง แต่จริงเสียยิ่งกว่าจริงว่าเคล็ดลับการฝึกนั้นไม่มี มีแต่ต้อง “ฝึก” อย่างตั้งใจเท่านั้น  เราทุ่นค่าใช้จ่ายด้วยการฝึกรินน้ำแทนนม รินลงในถ้วยทุกขนาด รินเบา รินค่อย รินช้า รินเร็ว รินทุกลวดลายที่คิดได้ เราฝึกสตีมนมซ้ำไปซ้ำมา หาตำแหน่งการสตีมที่ดีที่สุด จนได้โฟมนมที่ครีมละเอียดที่สุด และได้ความหนาตามที่ใจต้องการ

การรินนมเพื่อสร้างงานลาเต้อาร์ตไม่น่าต่างจากการเขียนหนังสือ เด็กเล็กๆ ที่เริ่มฝึกเขียน “ก. ไก่” ครั้งแรกในชีวิตก็ต้องมีเหยเก เพราะกล้ามเนื้อมือ นิ้ว และข้อมือยังไม่เคยชิน ไม่มีกำลัง หากเริ่มวาดภาพเริ่มจับพู่กันใหม่ๆ รูปที่วาดมักดูไม่ค่อยได้เป็นธรรมดา ต่อเมื่อฝึกฝนจำชำนาญพู่กันนั้นจะเชื่องราวกับเป็นอวัยวะหนึ่งของร่างกาย ใจเราหมายจะให้เกิดเส้นสายอย่างไร มันก็จะสามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างนั้น

การรินนมลงในกาแฟยังต้องเข้าใจธรรมชาติของนม เหมือนที่เราต้องเข้าใจทฤษฎีสีบ้างในการวาดภาพ ว่า “โฟมนม” นั้นคือนมที่มีฟองอากาศแทรกตัวอยู่ย่อมมีน้ำหนักเบากว่า “น้ำนม” ในภาวะปกติย่อมลอยอยู่ด้านบน การรินลงในถ้วยหากรินเบาๆ โฟมนมจะไหลลงไปได้ยาก การรินลาเต้ซึ่งมีโฟมนมค่อนข้างบางเราจึงรินเบาๆ ในช่วงแรก เพื่อเก็บโฟมนมไว้ในเหยือก และรักษาครีมกาแฟให้สะอาดไว้ จนกระทั่งรินจนเลยครึ่งถ้วยขึ้นมาจึงรินแรงขึ้นเพื่อเร่งให้โฟมนมในเหยือกไหลลงไปในถ้วย จังหวะนี้การรินด้วยน้ำหนักที่สม่ำเสมอจะค่อยๆ สะสมโฟมนมสีขาวให้ลอยอยู่ด้านบนแทรกตัวเป็นลวดลายต่างๆ ไปกับครีมากาแฟสีน้ำตาลทำให้เราเห็นเป็นลายที่สวยงาม

ดูให้มาก ฝึกให้มาก และทำความเข้าใจ  นี่แหละครับเทคนิคหรือเคล็ดลับจริงๆ ในการฝึกลาเต้อาร์ต





เศรษฐกิจสร้างสรรค์ | ธุรกิจกาแฟสร้างสรรค์

2 10 2009

เศรษฐกิจสร้างสรรค์หรือ creative economy ตอนนี้ได้ยินบ่อยขึ้น ทั้งที่มันเป็นยุทธศาสตร์ในการต่อสู้ทางด้านเศรษฐกิจของหลายประเทศมาเป็นเวลาเนิ่นนานแล้ว ของบ้านเราก็เช่นกัน ส่วนตัวผมเคยได้ยินผ่านหูมาบ้างแต่ไม่ได้สนใจเพราะรู้สึกว่ามันไกลตัว จนมาได้ยินบทสัมภาษณ์ของคุณพันธ์ศักดิ์ วิญญรัตน์เมื่อเร็วๆ นี้ก็เหมือนมีแรงผลักอย่างแรงให้กลับมาสนใจเรื่องนี้

ตามความคิดเชื่อกันว่าเศรษฐกิจยุคใหม่นั้น การผลิตไม่น่าจะสร้างความมั่งคั่งได้อีกต่อไปแล้ว หากการเพิ่มมูลค่าด้วยการสร้างสรรค์งานจากความคิดเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากมนุษย์ในวันนี้มีความต้องการที่เหนือกว่าปัจจัยพื้นฐานมากแล้ว เราไม่ได้ต้องการแค่อิ่มท้อง หรือมีที่พักอาศัยที่ปลอดภัย แต่เรายังต้องการกินอย่างเอร็ดอร่อย และที่พักที่ตกแต่งอย่างสวยงามแปลกตา ต้องการฟังดนตรีไพเราะแปลกใหม่ และเสื้อผ้าซึ่งออกแบบมาอย่างดีและใช้วัสดุซึ่งสัมผัสเนื้อตัวเราแล้วให้ความรู้สึกดี สิ่งเหล่านี้เรายอมจ่ายให้มันมากขึ้นซึ่งล้วนมาจากความคิดสร้างสรรค์ทั้งนั้น

มองให้เห็นภาพชัดของงานสร้างสรรค์ หลายคนจึงมักพูดถึงงานออกแบบต่างๆ soft ware งานเขียน โฆษณา สิ่งพิมพ์ ดนตรี ศิลป การแสดง วัฒนธรรม และงานบริการ เรื่องเหล่านี้คนไทยเราถือว่าทำได้ดี บางอย่างเราติด top10 หรือ top20 ของโลก รัฐบาลเพียงวางแผนและอำนวยความสะดวกให้บ้างจะทำให้เราสามารถพัฒนาได้อย่างมีระบบมากขึ้น

ผมพยายามย้อนมามองดูงานกาแฟที่ตัวเองทำว่าจะสามารถสร้างสรรค์หรือเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้บ้างหรือไม่ ก็พบว่าภาพในใจยังคลุมเคลือ มันคิดไม่ค่อยออกว่าจะสร้างสรรค์อะไรได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้บอกว่าไม่แปลก เพราะงานสร้างสรรค์ก็ใช่ว่าจะคิดออกมากันง่ายๆ โดยปกติความล้มเหลวเกิดขึ้นมากกว่าความสำเร็จอยู่แล้ว และนี่เป็นฝันร้ายของทุกรัฐบาลในโลกที่กำลังดำเนินนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ร้านกาแฟเล็กๆ มีพนักงานคอยเลื่อนเก้าอี้ให้ลูกค้าเวลานั่ง อันนี้คงไม่ได้สร้างสรรค์เพราะไปลอกวิธีของร้านอาหารในโรงแรมห้าดาวมา

ร้านกาแฟเล็กๆ จะใช้หุ่นยนต์ชงกาแฟให้ลูกค้าเหมือนร้านก๋วยเตี๋ยวในโตเกียว อันนี้อาจสร้างสรรค์หน่อยแต่ว่าหุ่นยนต์มันแพงเหลือเกินและยังยิ้มไม่ได้เสียด้วย

ทำร้านกาแฟเล็กๆ แล้วสอนให้ลูกค้ามาชงดื่มกันเองดีมั๊ย อืม…

ทำร้านกาแฟเล็กๆ ที่มีเบลนด์กาแฟเปลี่ยนไปทุกสัปดาห์

ยังสร้างสรรค์อะไรได้อีกตั้งเยอะ ด้วยการตกแต่งร้าน โดยใช้งานศิลปะหรือวัฒนธรรมพื้นถิ่นของที่โน่นที่นี่มาผสม การสร้างสรรค์เมนูเครื่องดื่มใหม่ๆ ที่น่าสนใจ การทำขนมแปลกใหม่ และการตกแต่งจานที่สวยงาม สิ่งเหล่านี้คนทำร้านกาแฟเล็กๆ พยายามทำกันอยู่แล้ว ขอแค่แรงกระตุ้นนิดหน่อยจะได้คิดมากขึ้น

ในแง่ของการเป็นโรงคั่วกาแฟ ผมจะสร้างสรรค์อะไรได้บ้าง ? สำหรับเอสเปรสโซเรายังน่าจะทำเบลนด์กาแฟได้อร่อยกว่านี้ถ้าเรามีเมล็ดกาแฟดีๆ ให้เลือกใช้มากกว่านี้ หรือถ้าได้ฝึกงานกับนักคั่วกาแฟมือเก๋า ปัญหาคือภาษีนำเข้าเมล็ดกาแฟยังสูงอยู่ ถ้าเราจะทำตัวเป็นศิลปินก็เรียกได้ว่า สีในมือมันมีน้อยจะให้วาดภาพอะไรสีก็ออกมาคล้ายกันหมด งานสร้างสรรค์ถูกตีกรอบเสียแล้ว

รัฐบาลคงมีส่วนในเรื่องแบบนี้ครับ ที่เกี่ยวกับกฏหมาย หรือการสร้างบรรยากาศแห่งการสร้างสรรค์บางอย่าง ถ้ามัวมาบอกแต่ว่า นั่นไม่ดี นี่ไม่ได้ เดี๋ยวจะอย่างโน้น เดี๋ยวจะอย่างนี้ มันไม่เอื้อต่อคนในสังคมที่จะสร้างสรรค์อะไร

ใครที่สนใจเรื่องนี้อาจเริ่มที่นี่ก่อนนะครับ





ยังอาร์ตได้อีก

24 07 2009

ไม่มีอะไรมากครับ แค่กำลังฝึกตัดต่อไฟล์วีดีโอ เลยเอาฝีมือ “บาริสต้าปู” ของเรามาให้ดูกัน ไม่แน่ว่าถ้าขยันกว่านี้อีกสักหน่อย เร็วๆ นี้อาจมีวิดีโอบล็อคฉบับแรกจากซีททูคัพออกมาให้ดูกันนะครับ





โรงงานผลิตกาแฟ “ไอวี่”

18 07 2009


Ivy(Factory)Click here for this week’s top video clips

ในฐานะเป็นคนคั่วกาแฟ พอเห็นโฆษณาตัวนี้ก็มีอมยิ้มครับ เห็นถึงความพยายามของคนคิดงานในการสื่อว่านี่คือกาแฟแบบเก่าแก่ดั้งเดิม เป็นรสชาติอย่างที่คนไทยชื่นชอบมานานแสนนานแล้ว และวันนี้เราสามารถหาซื้อมาดื่มได้อย่างง่ายดายเพียงปักหลอดเข้าไป มันเป็นความจริงที่ผมรู้สึกขมเล็กน้อย และสำนึกว่าโลกของ specialty มันใบเล็กนิดเดียวและดูเลื่อนลอยราวกับเป็นเพียงความฝัน ร้อยละ ๙๙.๙ ของคนไทยเขาดื่มกาแฟเย็นเข้มข้นหวานมันกันครับพี่น้อง





หยุดยาว เข้าป่า หา”นางไม้”

4 07 2009

เข้าพรรษาปีนี้หยุดหลายวัน เลยมาชวนไปดูหนังของคุณเป็นเอกเรื่องล่าสุดคือ “นางไม้” ครับ รอบที่ผมดูนั้นนับคนดูทั้งโรงได้สิบกว่าคนทั้งๆ ที่หนังเพิ่งเข้า ผู้กำกับบอกว่าเรื่องนี้อยากได้สัก 30 ล้าน ผมว่าเขาพูดตลก หนังแต่ละเรื่องของเป็นเอกถูกวิจารณ์ว่าดูไม่ค่อยรู้เรื่อง ก็ไม่แปลกอะไรเพราะเหมือนเขาไม่ได้ทำหนังแนวกระแสหลักอยู่แล้ว คนที่ดูแล้วชื่นชอบจึงจำกัดวงอยู่อย่างแคบๆ

นางไม้ที่ฉายในไทยเป็นเวอร์ชั่น “ตัดโดยผู้กำกับ” หรือ director’s cut ซึ่งเป็นคนละเวอร์ชั่นกับที่ไปเมืองคาน ผู้กำกับบอกว่าชอบเวอร์ชั่นที่ตัวเองตัดมากกว่าเพราะ “ผอมกว่า” ไม่อุ้ยอ้ายเทอะทะ แต่มันทำให้ผมต้องใช้ความตั้งใจดูมากขึ้น เพราะถ้าทอดอารมณ์ดูอาจจะพลาดข้อความบางอย่างที่หนังกำลังบอกเรา

ดูจบแล้วพอทราบครับว่ามีข้อความบางอย่างถูกส่งเข้ามา แต่อีกหลายคนไม่ได้รับข้อความนั้นจึงวิจารณ์ต่างๆ กันไป ในตลาดแบบ mass ของเราชอบแบบที่เคี้ยวมาให้แล้วใส่ปากแล้วกลืนได้เลย เรื่องนี้จึงไม่เหมาะ

ผมออกจากโรงมาด้วยความภูมิใจแทนคนไทย และคิดว่าแม้ตัวผมเองไม่ใช่คนทำหนัง แต่เป็นคนทำกาแฟ

…ผมก็อยากทำงานให้มันเกิดคุณค่าอะไรบางอย่างเหมือนกัน แม้ว่าคนทั่วไปดื่มแล้วจะส่ายหน้าก็ตาม