อากาศเปลี่ยน กาแฟเปลี่ยน

14 12 2009

*ภาพจาก นสพ.ไทยรัฐ

ตอนนี้เป็นข่าวติดกันหลายวันแล้วที่โคเปนเฮเกนมีการประท้วงกัน และบางข่าวบอกว่าถือเป็นครั้งแรกที่มีเหตุรุนแรงในการประท้วงกดดันให้เกิดข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมในการประชุมโลกร้อน การประท้วงไม่ใช่เรื่องใหม่ มันมีกันทุกปีไม่ว่าจะประชุมกันที่ไหน แต่ผลลัพธ์คงอย่างที่เห็น คือไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ประชุมกันเสร็จก็แยกย้ายกันกลับบ้าน

ตอนนี้ยังมีบางกระแสที่เริ่มสงสัยว่าอากาศมันเปลี่ยนเองตามธรรมชาติหรือเปล่า หาใช่จากก๊าซเรือนกระจกไม่ บางคนยังไม่ค่อยอยากจะสนใจว่ามันเพราะอะไรแน่ แต่ที่แน่ๆ คือผลกระทบมันเห็นแล้ว สัมผัสได้แล้ว

กาแฟยังหนีไม่พ้น เหตุที่เป็นพืชพันธุ์ที่อ่อนไหวกับสภาพอากาศ ตอนนี้ในหลายแหล่งปลูกที่สำคัญพบว่าอากาศที่ร้อนขึ้นทำให้เกิดโรค และแล้ง อย่างที่ไม่เคยเกิดมาก่อน กระทบกับทั้งปริมาณและคุณภาพของกาแฟที่ผลิตได้ อนาคตของชาวสวนเริ่มมีคำถามกันแล้ว

นักข่าวไปสัมภาษณ์ชาวสวนกาแฟรายหนึ่งในกัวเตมาลา ฟังแล้วก็น่าเห็นใจ ดูแววตากังวลและสิ้นหวัง เพราะกาแฟเป็นชีวิตของเขา ถ้าไม่ทำกาแฟยังไม่รู้จะไปทำอะไรอื่นได้ และส่วนใหญ่ฐานะยากจน คุณภาพชีวิตไม่ได้สูงส่งอะไรอยู่แล้ว

climate change อาจทำให้กาแฟมีน้อยลง และราคาแพงขึ้น ประเทศอุตสาหกรรมอย่างมากคงได้ซื้อกาแฟแพงขึ้นแต่ชีวิตโดยรวมคงยังสุขสบายเหมือนเดิม ในขณะที่ชาวสวนอีกหลายล้านคนโดยเฉพาะที่แปลงปลูกอยู่ในที่ต่ำกว่าอาจถึงกับหมดอาชีพกันภายในสิบหรือยี่สิบปีนี้ เรื่องโลกร้อนมันใกล้ตัวอย่างนี้นี่เอง

การประท้วงไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่โคเปนเฮเกนเท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นพร้อมกันในอีกหลายประเทศซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศอุตสาหกรรมเอง นัยว่าเป็นการแสดงความสำนึกผิดที่พวกตัวบ้าบริโภคกันมายาวนาน หากข้อตกลงที่น่าฟังยังมองไม่เห็นสักทีเพราะความจริงคือมีกลุ่มคนที่ยังต้องการรักษาความมั่งคั่งของตัวให้ยั่งยืนต่อไป ส่วนโลกมันจะแตกสลายยังไงก็ช่างมัน…โง่จริงๆ





Blue Bayou

17 11 2009

เอาเพลงเก่าๆ มาแปะให้ฟังครับ ต้อนรับช่วงปลายฝนแต่จะหนาวหรือเปล่าก็ไม่รู้ หากบางคนคงร้อนๆ หนาวๆ เพราะเมื่อหมดฝนเมื่อไหร่ก็หมายถึงเวลาเหมาะที่จะม๊อบกัน





Amelie

13 11 2009

ช่วงนี้เหมือนโชคชะตาพาให้ได้ดูหนังที่ออเดรย์ โตตูเล่นหลายเรื่องติดๆ กัน  อันที่จริงอัมมีลีเรื่องนี้ผมเคยเช่าดูนานแล้ว ตอนนั้นจำได้แค่ว่ามันเป็นหนังฟิล์มฝรั่งเศส ดูแล้วเหมือนการ์ตูนไม่ได้ประทับใจมากมาย จนมาได้ดูหนังเรื่องออรค์เดพรีค์ที่โตตูเล่นไว้สนุกมาก เลยต้องหาอัมมีลีเรื่องนี้มาย้อนดูอีกที

อัมมีลี หรือ Le Fabuleux destin d’Amélie Poulain กำกับโดย ฌองปิแอร์ เณอเนต์  ผู้กำกับที่บ้ามากๆ คนหนึ่ง สร้างให้อัมมีลีเป็นภาพยนต์ที่สวยงามหมดจด โรแมนติก  ติดตลก และล่องลอยไปกับจินตนาการในแบบฝรั่งเศสแท้ๆ ฉากของเรื่องอยู่ในปารีส เราจะได้เห็นมองท์มาร์ต และคาเฟ่ที่อัมมีลีสาวน้อยแสนน่ารักชงกาแฟอยู่ในนั้น และขอบคุณผู้กำกับที่พาเรื่องจบลงเป็นสุขอวสาน ทิ้งไว้แต่รอยยิ้มให้คนดู ผมกลับมาดูรอบนี้แบบที่จำอะไรไม่ได้เลย เหมือนเพิ่งดูเป็นครั้งแรกแต่กลับประทับใจมาก จนสงสัยว่าตอนที่ได้ดูเมื่อครั้งก่อนนั้นชีวิตเป็นปกติดีอยู่เหรือเปล่า 

คลิปที่มาแปะไว้ไม่เชิงเป็น trailer นะครับแต่เห็นว่าตัดต่อดีมากและเพลงเพราะ เลยเอามาฝาก หวังว่าจะชอบกันนะครับ

อ้อ..ใครที่จำโตตูไม่ได้ เธอคือคนที่เล่นคู่กับทอมแฮงค์ใน davici code นั่นเองครับ





เที่ยวตลาดน้ำดำเนินฯ

8 11 2009

เพิ่งได้ไปเป็นครั้งแรกครับ เลยเอามาเล่าให้ฟังสำหรับใครที่ยังไม่มีโอกาส ตลาดน้ำดำเนินสะดวกนี้มีมาจะเป็นร้อยปีแล้ว และมีชื่อเสียงมาก ถือเป็นที่หมายสำคัญในการท่องเที่ยวของชาวต่างชาติ ผมเลือกเดินทางโดยเส้นธนบุรี-ปากท่อ (พระราม ๒) หรือทางหลวงหมายเลข 35 ตรงเรื่อยไปผ่านตัวเมืองสมุทรสาคร แล้วเลี้ยวเข้าทางหลวงจังหวัดหมายเลข 325 ผ่านทางเข้าตลาดน้ำอัมพวาไปอีกประมาณ 10 กิโลเมตร ไปตามป้ายสถานที่ท่องเที่ยว(สีน้ำเงิน) หาไม่ยากครับ เลี้ยวเข้าไปที่ป้ายทางเข้าตลาดน้ำจะเห็นชื่อท่าเรือทั้งฝั่งซ้ายและขวา ทุกท่าลงได้หมดครับ แล้วเขาจะให้ลงเรือเพื่อเลาะตามคลองไปเรื่อย ซับซึมบรรยากาศวีถีชาวบ้าน จนไปถึงตลาดที่เรือมาชุมนุมกันคึกคัก ใครไม่อยากนั่งเรือนาน ก็ให้ขับเข้าไปให้ลึกเกือบถึงตัวเทศบาลครับ หาที่จอดรถแล้วลงเดินก็ได้

PB086497

ตามประสาคนกาแฟเลยหากาแฟดื่มสักหน่อยครับ เหลือบไปเห็นบาร์กาแฟของท่าเรือคุณแป๊ว ถ้าดูจากรูปข้างบนร้านเขาอยู่ทางขวามือที่เห็นเป็นเฉลียงออกมานั่นล่ะครับ

กาแฟบอน

ใช้กาแฟบอน และชงจากเครื่องอัตโนมัติ  รสชาติอ่อนๆ ไม่ขม น้ำเยอะไปหน่อย มีเปรี้ยวด้วย  ผมใส่น้ำตาลก็ดื่มได้ครับ ดีกว่ากาแฟขมๆ ไหม้ๆ แต่ตอนไปสั่งไม่เห็นมีใครดื่มอยู่เลย ทั้งๆ ที่ฝรั่งเยอะมาก เห็นแล้วอยากให้ซีททูคัพไปเปิดตรงนั้นซักร้าน

ตลาดดำเนินฯ เป็นตลาดช่วงเช้าครับ ถ้าจะทำทริปให้คุ้ม ผมว่าไปตลาดเย็นที่อัมพวาศุกร์หรือเสาร์ ค้างคืนที่นั่นสักคืน แล้วเช้าจึงค่อยไปดำเนินฯ อย่างนี้จะคุ้มค่ามาก โดยเฉพาะใครที่ชอบบรรยากาศเก่าๆ น้ำเสียงผู้คนที่เหน่อนิดๆ สีสันที่ถูกผสมขึ้นจากยุคสมัย และมันคงจะเปลี่ยนไปอีก  นอกจาก 2 ตลาดนี้ยังมีอีกหลายตลาดในย่านนั้นครับ และได้ยินมาว่าบรรยากาศต่างกันไป ตำหนิจากการปรุงแต่งก็มากน้อยต่างกันไป คราวหน้าผมวางแผนจะไปเยี่ยมตลาดท่าคา แล้วจะกลับมาเล่าให้ฟังอีกนะครับ

ภาพเพิ่มเติมที่ วุฒิโฟโต้





double leafs และลาเต้อาร์ตเทคนิค

18 10 2009

รวมๆ มาให้ครับ ช่วงนี้เปลี่ยนเครื่องชงใหม่ สตีมดีกว่าเดิมพวกเราที่ซีทฯ เลยเทอาร์ตกันสนุกขึ้น หลายคนชอบถามว่ามีเทคนิคการฝึกอย่างไร ตอบทีไรก็เหมือนคนหวงวิชาถูกหาว่า “กั๊ก” ทุกครั้ง แต่จริงเสียยิ่งกว่าจริงว่าเคล็ดลับการฝึกนั้นไม่มี มีแต่ต้อง “ฝึก” อย่างตั้งใจเท่านั้น  เราทุ่นค่าใช้จ่ายด้วยการฝึกรินน้ำแทนนม รินลงในถ้วยทุกขนาด รินเบา รินค่อย รินช้า รินเร็ว รินทุกลวดลายที่คิดได้ เราฝึกสตีมนมซ้ำไปซ้ำมา หาตำแหน่งการสตีมที่ดีที่สุด จนได้โฟมนมที่ครีมละเอียดที่สุด และได้ความหนาตามที่ใจต้องการ

การรินนมเพื่อสร้างงานลาเต้อาร์ตไม่น่าต่างจากการเขียนหนังสือ เด็กเล็กๆ ที่เริ่มฝึกเขียน “ก. ไก่” ครั้งแรกในชีวิตก็ต้องมีเหยเก เพราะกล้ามเนื้อมือ นิ้ว และข้อมือยังไม่เคยชิน ไม่มีกำลัง หากเริ่มวาดภาพเริ่มจับพู่กันใหม่ๆ รูปที่วาดมักดูไม่ค่อยได้เป็นธรรมดา ต่อเมื่อฝึกฝนจำชำนาญพู่กันนั้นจะเชื่องราวกับเป็นอวัยวะหนึ่งของร่างกาย ใจเราหมายจะให้เกิดเส้นสายอย่างไร มันก็จะสามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างนั้น

การรินนมลงในกาแฟยังต้องเข้าใจธรรมชาติของนม เหมือนที่เราต้องเข้าใจทฤษฎีสีบ้างในการวาดภาพ ว่า “โฟมนม” นั้นคือนมที่มีฟองอากาศแทรกตัวอยู่ย่อมมีน้ำหนักเบากว่า “น้ำนม” ในภาวะปกติย่อมลอยอยู่ด้านบน การรินลงในถ้วยหากรินเบาๆ โฟมนมจะไหลลงไปได้ยาก การรินลาเต้ซึ่งมีโฟมนมค่อนข้างบางเราจึงรินเบาๆ ในช่วงแรก เพื่อเก็บโฟมนมไว้ในเหยือก และรักษาครีมกาแฟให้สะอาดไว้ จนกระทั่งรินจนเลยครึ่งถ้วยขึ้นมาจึงรินแรงขึ้นเพื่อเร่งให้โฟมนมในเหยือกไหลลงไปในถ้วย จังหวะนี้การรินด้วยน้ำหนักที่สม่ำเสมอจะค่อยๆ สะสมโฟมนมสีขาวให้ลอยอยู่ด้านบนแทรกตัวเป็นลวดลายต่างๆ ไปกับครีมากาแฟสีน้ำตาลทำให้เราเห็นเป็นลายที่สวยงาม

ดูให้มาก ฝึกให้มาก และทำความเข้าใจ  นี่แหละครับเทคนิคหรือเคล็ดลับจริงๆ ในการฝึกลาเต้อาร์ต