เครื่องชงกาแฟราคาประหยัด | ลาชิมบาลี M27

Posted on สิงหาคม 9, 2010

2


ธุรกิจร้านกาแฟในบ้านเราบูมมากว่า 10 ปีแล้ว แม้จนบัดนี้ยังดูเหมือนว่าจะไปต่อได้อีก มีอีกหลายทำเลที่มีคนอยากทำร้านกาแฟ หรือต้องการให้มีกาแฟเป็นส่วนเสริมธุรกิจเดิมที่มีอยู่แล้ว ตลาดเครื่องชงกาแฟระดับมืออาชีพเติบโตสุดขีด และมีแนวโน้มที่จะแข่งขันในเรื่องราคากันอย่างรุนแรงจนปัจจุบันมีเครื่องชงกาแฟราคาไม่แพงให้เลือกมากมาย หนึ่งในนั้นที่ผมสนใจคือ La Cimbali

อันที่จริง La Cimbali ถือเป็นแบรนด์เครื่องชงกาแฟที่มีชื่อเสียงของอิตาลี และประสบความสำเร็จในธุรกิจที่ทำอย่างมาก จนไม่นานมานี้สามารถครอบงำกิจการของ La Faema แบรนด์เครื่องชงกาแฟอิตาเลี่ยนที่แข็งแกร่งอีกแบรนด์หนึ่งเอาไว้ได้ ผมเคยลูบๆ คลำๆ เครื่องบางรุ่นของทั้ง cimbali และ faema เมื่อนานมาแล้วและสัมผัสได้ถึงความบึกบึนทนทานและเชื่อถือได้ในขณะที่ราคาก็สูงมากด้วย 

แต่ชิมบาลีที่พูดถึงวันนี้ คือรุ่น m27 กลับเป็นเครื่องที่ราคาประหยัด ผมลองค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์ของชิมบาลีเองยังไม่พบรายละเอียดอะไรของรุ่นนี้แล้ว จึงทำให้เข้าใจเอาเองว่า m27 เป็นเครื่องรุ่นเก่าที่ชิมบาลีเลิกทำตลาดไปแล้ว แต่ด้วยความที่ตลาดบ้านเราห้ำหั่นกันเรื่องราคามาก ผู้นำเข้าบางรายจึงอาจขอร้องให้โรงงานผลิตให้เป็นกรณีไปเพื่อสามารถแข่งขันในตลาดนี้ได้

ผมมีโอกาสได้ทดสอบเครื่องจากร้านกาแฟ Green Coffee พหลโยธินเพลส โดยคุณตูนเพื่อนที่ดีของเราที่เพิ่งถอยเครื่องตัวนี้มาได้เพียงเดือนเศษ  เป็น m27 ขนาด 2 หัวกรุ๊ป ที่ใช้ระบบ semi automatic คือเปิดปิดน้ำเองแบบ on-off ในราคาค่าตัวเพียงแสนนิดๆ (ในงานแสดงสินค้าอาจลดลงไปไม่ถึงแสน)

ต้องสารภาพว่าผมได้ลองชงไปไม่กี่แก้วครับ แต่ความรู้สึกที่ได้ผมถือเป็นเครื่องที่เรียบง่าย ความรู้สึกสัมผัสต่างๆ มั่นใจ คือใจมันนับถือในแบรนด์อยู่บ้างแล้ว ส่วนตัวชอบรูปโฉมที่ดูภูมิฐานดี เรียบง่ายไม่ฉูดฉาดไม่หวือหวา ออกจะคลาสสิค(แต่ไม่ใช่เรทโทร) 5 ปีที่แล้วเห็นก็ว่าดี ตอนนี้ยังรู้สึกไม่ได้ดูโบราณอะไร  งานประกอบงานพับดี สำหรับเอสเปรสโซนั้นแม้ไม่มีระบบ pre infusion แต่ถ้าเป็นบาริสต้าที่มีทักษะสักหน่อยสามารถทำ shot ที่ดีได้ไม่ยาก ถ้วยที่ผมทดสอบนั้นผมได้นำกาแฟของตัวเองไปใช้ เมื่อเทียบกับเครื่องอื่นๆ ที่ลองชิมไว้ก่อนแล้วพบว่ารายละเอียดของกลิ่นต่างกันไปบ้าง แต่ปัจจัยหนึ่งที่ไม่ได้คุมไว้คือเรื่องน้ำ จึงไม่อาจชี้ชัดไปว่ากลิ่นที่ต่างกันนั้นเป็นเพราะอะไรแน่ แต่เอสเปรสโซโดยรวมนับว่าได้คุณภาพที่ดีแล้ว ความร้อนสะสมที่หัวกรุ๊ปน้อยมาก การไหลของกาแฟราบรื่นเรียบร้อยดี

เรื่องสตีมนมนั้น เครื่องตั้งความดันหม้อต้มไว้ที่ 1.0 บาร์ shot กาแฟไม่เบิร์น ไม่ร้อนจนเกินไป ในขณะที่ได้ steam แรงมาก steam wand ออกแบบมาค่อนข้างสั้น และหักมุมชัน แต่เมื่อใช้เหยือกที่ไม่ใหญ่จนเกินไปปลายสตีมยังจุ่มลงไปได้พอดี หามุมสตีมได้ไม่ยากแต่ด้วยสตีมที่แรง บาริสต้าจึงต้องหาจังหวะให้ไวสักหน่อย โฟมนมที่ออกมานั้นแห้งและแน่นใช้ได้ตามใจต้องการแล้ว

เป็นรายงานสั้นๆ นะครับเพื่อให้พอได้ข้อมูลกัน เนื่องจากมีหลายคนสงสัยว่าทำไมชิมบาลีจึงทำราคาได้ขนาดนี้ มีการลดสเป็คหรือเป็นการเลหลังขายทิ้งอะไรหรือเปล่า รายละเอียดที่แท้จริงนั้นผมไม่อาจทราบได้ แต่เท่าที่ลองใช้ดูคร่าวๆ ยังไม่พบอะไรผิดปกติ เท่าที่เคยเทียบเครื่องในระดับราคาเดียวกันที่มีอยู่ในตลาดผมถือว่าชิมบาลีตัวนี้ออกจะเหนือกว่าอีกหลายเครื่อง สิ่งที่ทำให้ราคาลงมาได้อาจเป็นเพราะเป็นรุ่นที่เก่าแล้ว ในยุโรปอาจไม่มีขายแล้ว(ไปขายรุ่นใหม่ๆ กำไรเยอะกว่า) แต่ผลิตให้บ้านเราเป็นพิเศษ อีกส่วนหนึ่งอาจเป็นความสามารถเฉพาะตัวของผู้นำเข้าในการกดต้นทุนไว้ได้ ส่วนเรื่องการบริการหลังการขายหรือการใช้งานในระยะยาวนั้นผมจะสัมภาษณ์เจ้าของเครื่องแล้วมาเล่าให้ฟังต่อไปนะครับ