ชงกาแฟ ด้วย VAC POT

Posted on เมษายน 18, 2008

25


สารภาพเลยครับว่าทำกาแฟมาหลายปีแต่ไม่เคยนั่งลงชงกาแฟวิธีนี้อย่างจริงๆ จังๆ สักที บังเอิญน้องสาวหยุดสงกรานต์ไปเที่ยวโตเกียวเลยฝากซื้อทั้งๆ ที่ไม่แน่ใจว่าในห้างเอมโปเรียมบ้านเราอาจจะราคาถูกกว่าเสียอีก ที่น้องหอบหิ้วมาให้เป็น Hario TCA-3 คือแบบชงได้ครั้งละ 1-3 แก้ว ราคาคิดเป็นเงินไทยแล้วประมาณ 2,100 บาท (ไม่มีแอลกอฮอล์มาให้) ราคานี้ถูกกว่าเคมเม็กซ์ที่ผมสั่งทางอีเมล์เสียอีก

ผมเคยอ่านผ่านๆ ถึงเทคนิคการชงจากบล็อคต่างๆ พอจะเริ่มชงจริงยังต้องอ่านคู่มือที่เขาให้มาด้วย แรกๆ ก็เก้ๆ กางๆ อยู่พักหนึ่งครับ แอลกอฮอล์เชื้อเพลิงที่หามาได้จากร้านขายยาเป็นแบบ 70% ให้เปลวไฟแผ่วไม่ทันใจกว่าน้ำจะเดือดเล่นเอาลืมไปเลย ใครที่ใจร้อนต้มน้ำแล้วดริปด้วยเคมเม็กซ์หรือแอโร่เพรสจะทันใจกว่า สำหรับท่านที่มี vac pot อยู่แล้วแต่ไม่ค่อยได้ชงผมขออนุญาติสรุปแนวทางการชงตามคู่มือสั้นๆ กันลืมอย่างนี้นะครับ

1. ขณะที่ต้มน้ำอย่าใส่กระเปาะแก้วส่วนบนแน่นนัก เพราะเวลาที่น้ำเดือดแล้วกระเปาะด้านล่างจะดูดให้แน่นตามสมควรเอง

2. ช่วงที่ต้มน้ำอย่าลืมปิดฝาด้านบนนะครับเพราะมิเช่นนั้นน้ำจะเดือดช้ามาก

3. เมื่อน้ำเดือดแล้วไหลขึ้นไปอยู่กับกาแฟด้านบน จังหวะนี้อย่าเพิ่งรีบเอาตะเกียงออกให้รนไฟไว้น้ำจะค้างอยู่ด้านบนคนกาแฟให้เข้ากันทิ้งไว้สักพักให้น้ำได้สกัดรสชาติกาแฟสักหน่อย ส่วนจะนานแค่ไหนและคนอย่างไรนั้นต้องฝึกฝนเอาเองครับ

4. เมื่อเลี้ยงน้ำไว้ด้านบนพอแล้วเอาตะเกียงออก น้ำกาแฟจะถูกดูดกลับมาด้านล่าง ช่วงดูดน้ำผมจะเปิดฝาด้านบนไว้เพราะคิดว่าจะทำให้การดูดง่ายขึ้น นอกจากนี้ในคู่มือบอกไว้ว่าแก้วที่ร้อนห้ามใช้ผ้าเปียกจับ แต่ผมได้ลองแล้วครับสำหรับ Hario ตัวนี้ โดยใช้ผ้าหมาดหุ้มส่วนที่ไม่โดนไฟลนจะทำให้การดูดน้ำลงทำได้เร็วและแรงขึ้น ให้รสชาติที่เข้มข้นขึ้นโดยที่แก้วไม่แตก 

ผมทดลองชงด้วยกาแฟหลายๆ ตัวครับ พบว่าให้รสชาติต่างจากวิธีอื่นๆ ที่โดดเด่นคือเน้นกลิ่นหอมของกาแฟออกมาได้ชัดเจนสมคำร่ำลือจริงๆ กลิ่นสะอาดกว่าเคมเม็กซ์ ในขณะที่อะซิดิตี้กาแฟถูกขับออกมาชัดเช่นกัน มากกว่าเคมเม็กซ์ แต่ก็ไม่ค่อยเหมือนแอโร่เพรส วิธีการทำถือว่ายุ่งยากมีตัวแปรเยอะ ต้องอดทนรอแต่ก็ถือว่าโรแมนติกมากครับ เราสามารถเล่นกับปริมาณกาแฟ ปริมาณน้ำ ความหยาบละเอียด อุณหภูมิของน้ำ การคนกาแฟ การดูดกาแฟ หลายอย่างมากแต่มีผลกับรสชาติในถ้วยทั้งหมด สนุกครับแต่ต้องให้เวลากับมัน สำหรับผลลัพธ์นั้นคุ้มค่า ส่วนตัวผมให้เหนือกว่า coffee maker อื่นๆ ทั้งหมด และยังแอบคิดว่าหากบาริสต้ามีฝีมือสักหน่อยอาจชงได้ดีกว่าเครื่องราคาหลายแสนอย่าง clover ด้วยซ้ำ พอชงเองเลยเข้าใจครับว่าทำไมที่ญี่ปุ่นถึงกับจัดการแข่งขันชงกาแฟวิธีนี้ และทำไมจาไมก้าบลูเม้าเท่นจึงขายดีที่นั่น เพราะวิธีนี้มันช่างเหมาะกับกาแฟที่มีบุคลิก mild & aromatic เสียเหลือเกิน

ติดป้ายกำกับ: , , , ,