เศรษฐกิจสร้างสรรค์ | ธุรกิจกาแฟสร้างสรรค์

2 10 2009

เศรษฐกิจสร้างสรรค์หรือ creative economy ตอนนี้ได้ยินบ่อยขึ้น ทั้งที่มันเป็นยุทธศาสตร์ในการต่อสู้ทางด้านเศรษฐกิจของหลายประเทศมาเป็นเวลาเนิ่นนานแล้ว ของบ้านเราก็เช่นกัน ส่วนตัวผมเคยได้ยินผ่านหูมาบ้างแต่ไม่ได้สนใจเพราะรู้สึกว่ามันไกลตัว จนมาได้ยินบทสัมภาษณ์ของคุณพันธ์ศักดิ์ วิญญรัตน์เมื่อเร็วๆ นี้ก็เหมือนมีแรงผลักอย่างแรงให้กลับมาสนใจเรื่องนี้

ตามความคิดเชื่อกันว่าเศรษฐกิจยุคใหม่นั้น การผลิตไม่น่าจะสร้างความมั่งคั่งได้อีกต่อไปแล้ว หากการเพิ่มมูลค่าด้วยการสร้างสรรค์งานจากความคิดเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากมนุษย์ในวันนี้มีความต้องการที่เหนือกว่าปัจจัยพื้นฐานมากแล้ว เราไม่ได้ต้องการแค่อิ่มท้อง หรือมีที่พักอาศัยที่ปลอดภัย แต่เรายังต้องการกินอย่างเอร็ดอร่อย และที่พักที่ตกแต่งอย่างสวยงามแปลกตา ต้องการฟังดนตรีไพเราะแปลกใหม่ และเสื้อผ้าซึ่งออกแบบมาอย่างดีและใช้วัสดุซึ่งสัมผัสเนื้อตัวเราแล้วให้ความรู้สึกดี สิ่งเหล่านี้เรายอมจ่ายให้มันมากขึ้นซึ่งล้วนมาจากความคิดสร้างสรรค์ทั้งนั้น

มองให้เห็นภาพชัดของงานสร้างสรรค์ หลายคนจึงมักพูดถึงงานออกแบบต่างๆ soft ware งานเขียน โฆษณา สิ่งพิมพ์ ดนตรี ศิลป การแสดง วัฒนธรรม และงานบริการ เรื่องเหล่านี้คนไทยเราถือว่าทำได้ดี บางอย่างเราติด top10 หรือ top20 ของโลก รัฐบาลเพียงวางแผนและอำนวยความสะดวกให้บ้างจะทำให้เราสามารถพัฒนาได้อย่างมีระบบมากขึ้น

ผมพยายามย้อนมามองดูงานกาแฟที่ตัวเองทำว่าจะสามารถสร้างสรรค์หรือเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้บ้างหรือไม่ ก็พบว่าภาพในใจยังคลุมเคลือ มันคิดไม่ค่อยออกว่าจะสร้างสรรค์อะไรได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้บอกว่าไม่แปลก เพราะงานสร้างสรรค์ก็ใช่ว่าจะคิดออกมากันง่ายๆ โดยปกติความล้มเหลวเกิดขึ้นมากกว่าความสำเร็จอยู่แล้ว และนี่เป็นฝันร้ายของทุกรัฐบาลในโลกที่กำลังดำเนินนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ร้านกาแฟเล็กๆ มีพนักงานคอยเลื่อนเก้าอี้ให้ลูกค้าเวลานั่ง อันนี้คงไม่ได้สร้างสรรค์เพราะไปลอกวิธีของร้านอาหารในโรงแรมห้าดาวมา

ร้านกาแฟเล็กๆ จะใช้หุ่นยนต์ชงกาแฟให้ลูกค้าเหมือนร้านก๋วยเตี๋ยวในโตเกียว อันนี้อาจสร้างสรรค์หน่อยแต่ว่าหุ่นยนต์มันแพงเหลือเกินและยังยิ้มไม่ได้เสียด้วย

ทำร้านกาแฟเล็กๆ แล้วสอนให้ลูกค้ามาชงดื่มกันเองดีมั๊ย อืม…

ทำร้านกาแฟเล็กๆ ที่มีเบลนด์กาแฟเปลี่ยนไปทุกสัปดาห์

ยังสร้างสรรค์อะไรได้อีกตั้งเยอะ ด้วยการตกแต่งร้าน โดยใช้งานศิลปะหรือวัฒนธรรมพื้นถิ่นของที่โน่นที่นี่มาผสม การสร้างสรรค์เมนูเครื่องดื่มใหม่ๆ ที่น่าสนใจ การทำขนมแปลกใหม่ และการตกแต่งจานที่สวยงาม สิ่งเหล่านี้คนทำร้านกาแฟเล็กๆ พยายามทำกันอยู่แล้ว ขอแค่แรงกระตุ้นนิดหน่อยจะได้คิดมากขึ้น

ในแง่ของการเป็นโรงคั่วกาแฟ ผมจะสร้างสรรค์อะไรได้บ้าง ? สำหรับเอสเปรสโซเรายังน่าจะทำเบลนด์กาแฟได้อร่อยกว่านี้ถ้าเรามีเมล็ดกาแฟดีๆ ให้เลือกใช้มากกว่านี้ หรือถ้าได้ฝึกงานกับนักคั่วกาแฟมือเก๋า ปัญหาคือภาษีนำเข้าเมล็ดกาแฟยังสูงอยู่ ถ้าเราจะทำตัวเป็นศิลปินก็เรียกได้ว่า สีในมือมันมีน้อยจะให้วาดภาพอะไรสีก็ออกมาคล้ายกันหมด งานสร้างสรรค์ถูกตีกรอบเสียแล้ว

รัฐบาลคงมีส่วนในเรื่องแบบนี้ครับ ที่เกี่ยวกับกฏหมาย หรือการสร้างบรรยากาศแห่งการสร้างสรรค์บางอย่าง ถ้ามัวมาบอกแต่ว่า นั่นไม่ดี นี่ไม่ได้ เดี๋ยวจะอย่างโน้น เดี๋ยวจะอย่างนี้ มันไม่เอื้อต่อคนในสังคมที่จะสร้างสรรค์อะไร

ใครที่สนใจเรื่องนี้อาจเริ่มที่นี่ก่อนนะครับ


เลือกคำสั่ง

ข้อมูล

8 การตอบรับ

2 10 2009
Boblam

This sounds like a part of answer to what I wrote on your roaster blog… :D

>>[i]เนื่องจากมนุษย์ในวันนี้มีความต้องการที่เหนือกว่าปัจจัยพื้นฐานมากแล้ว เราไม่ได้ต้องการแค่อิ่มท้อง หรือที่พักอาศัยที่ปลอดภัย แต่เรายังต้องการกินอย่างเอร็ดอร่อย และที่พักที่ตกแต่งอย่างสวยงามแปลกตา ต้องการฟังดนตรีไพเราะแปลกใหม่ และเสื้อผ้าซึ่งออกแบบมาอย่างดีและใช้วัสดุซึ่งสัมผัสเนื้อตัวเราแล้วให้ ความรู้สึกดี สิ่งเหล่านี้เรายอมจ่ายให้มันมากขึ้นซึ่งล้วนมาจากความคิดสร้างสรรค์ทั้ง นั้น[/i]

From skimming through your writeup above, I think the 3rd wave thing in coffee fits a part of this. To me, the idea wasn’t really new as it sort of back to the old days thing, back in the old days before the era of the instant/ground coffee. Starbucks, to me, was a shade of this back to the old day thing.

The current 3rd waver just tried to make the old become new and, very important, BETTER. This kinda reminded me of the revival of the turntable/vinyl record, the tube amplifier in the era of paper thin and scratchy sound of mp3 file.

In this case, Thailand has long way to go for the 3rd wave considering the current state of cafés I visit last time I was in Bangkok which is good as the market is still wide open. As the local coffee farmer or manufacturer did not use the extraordinary profit the tariff allows them to charge in improving/strengthening themselves and their products, I agree a ‘cold shower’, the elimination of imported tariff, may actually turn out to be one of the best thing that ever happens to the Thai coffee industry.

[i]ในแง่ของการเป็นโรงคั่วกาแฟ ผมจะสร้างสรรค์อะไรได้บ้าง ? สำหรับเอสเปรสโซเรายังน่าจะทำเบลนด์กาแฟได้อร่อยกว่านี้ถ้าเรามีเมล็ดกาแฟ ดีๆ ให้เลือกใช้มากกว่านี้ หรือถ้าได้ฝึกงานกับนักคั่วกาแฟมือเก๋า ปัญหาคือภาษีนำเข้าเมล็ดกาแฟยังสูงอยู่ ถ้าเราจะทำตัวเป็นศิลปินก็เรียกได้ว่า สีในมือมันมีน้อยจะให้วาดภาพอะไรสีก็ออกมาคล้ายกันหมด งานสร้างสรรค์ถูกตีกรอบเสียแล้ว[/i]

I agree with most of this paragraph except the apprenticeship with an old hand… Not that it’s bad but I think it’s not really necessary considering the state of the Indie roaster in Thailand and the coffee I had from them. I think most Indie roasters in BKK are capable of casting any magic spell in the cup, even with a so-so bean, but they just don’t have enough good material to play with. I drew from my experience with Indie roasters elsewhere which, seriously, don’t even have a chance and time to take any apprenticeship. Trial and error with an excellent material and a determination to achieve the best + the back against the wall are enough they even manage to change the taste of local who are absorbed with sugary and creamy coffee. I like these determined people and try to support them as much as I could even I’m a tiny little customer for them.

3 10 2009
ขุนอรรถ

ไม่ได้แวะซะนาน … เข้ามาช่วยคิดครับ
สำหรับผม ความคิดสร้างสรรค์ มีหลายมิติเหลือเกิน
อย่างง่ายๆ คือ ด้านลึก หรือ ด้านกว้าง

ลึกลงไปในเรื่องที่เราทำ เช่น กาแฟ
รสชาติ การคั่ว การชง การเสิร์ฟ การบริการ อย่างที่คุณ vut ว่ามา

แต่ผมสนใจด้านกว้าง(มากกว่า)
ว่าเราเชืีอมโยงกาแฟ ไปหา เรืีอง non-กาแฟ ได้ไหม เช่น
กาแฟกับหมอดู กับสถาปัตยกรรม กับวัด!

กาแฟกับต้นไม้ กับแมลง กับรถยนต์ – เชืี่อมต่อกันได้ไหม

ผมกำลังคิดถึง starbucks เขาพยายาม serving people
… Not serving coffee ครับ

: )

3 10 2009
วุฒิ

comment ของคุณ Bobฯ นี่เป็นกำลังใจให้กับคนที่ตั้งใจได้มากโข ในเศรษฐกิจสร้างสรรค์นอกจากต้องมีคนคิดสร้างสรรค์งานแล้ว เรายังต้องการลูกค้าหรือตลาดด้วย เล็กๆ อย่างเราก็สู้กันไปครับ แต่รัฐฯ ยังสามารถช่วยเหลือเกื้อกูลได้บ้าง ไม่ใช่ให้มาสร้างตลาดให้แต่อาจช่วยอำนวยความสะดวกให้งานสร้างสรรค์จากรายเล็กๆ เดินทางไปยังตลาดของมันได้ง่ายขึ้น

ท่านขุนฯ ครับ ผมก็สนใจด้านกว้างเหมือนกัน เรื่องการผสมหรือการ merge ผมว่าคิดกันไม่ยาก แต่ merge ยังไงให้มันเนียนอันนี้ต้องการความคิดค่อนข้างมากและต้องลงในรายละเอียดเยอะ อย่างเรื่อง กาแฟกับหมอดู เอาง่ายๆ ก็ให้หมอดูไปนั่งรับดูดวงในร้านกาแฟ ซึ่งก็มีทำกันแล้ว แต่มันไม่เนียน ถ้าเราชงแบบพวก turkish ให้ลูกค้าดื่ม และสามารถทำนายดวงชะตาจากเศษตะกอนที่ก้นถ้วยของแต่ละคนได้อันนี้น่าจะน่าตื่นเต้นและน่าสนใจกว่า

ผมเคยบล็อคเล่าถึงร้านกาแฟร้านหนึ่งในฮ่องกงชื่อชาลีบราวน์ ใช้วิธีเอาพวกตัวละครจากการ์ตูนสนู๊ปปี้มาทำเป็นธีมของร้าน และยังจำหน่ายสินค้าที่ระลึกจากสนู๊ปปี้ด้วย อันนี้ธีมแน่นมาก กาแฟอร่อยหรือเปล่าไม่ทราบได้ แต่น่าสนใจ และสร้างความพิเศษชนิดที่อยากแนะนำให้นักท่องเที่ยวไปเยี่ยมเยือนกันได้ อันนี้ผมว่าสร้างสรรค์

5 10 2009
Boblam

ผมเคยบล็อคเล่าถึงร้านกาแฟร้านหนึ่งในฮ่องกงชื่อชาลีบราวน์

I usually walk pass by this Charlie Brown to Crema Coffee, the best espresso in HK in my opinion, or stop earlier at Initial Fashion Cafe (a country cottage style cafe + boutique) which is good for latte art but, to me, so so coffee.

Try the chinese website for some review (some in English)
Charlie Brown
http://www.openrice.com/restaurant/sr2.htm?shopid=16427

Crema Coffee
http://www.openrice.com/restaurant/sr2.htm?shopid=15288

Initial Fashion Cafe
http://www.openrice.com/restaurant/sr2.htm?shopid=19278

7 10 2009
ittirit

สำหรับคนคั่วกาแฟผมไม่รู้ว่าในไทยมีหรือยังนะครับ

พอดีมีลูกค้าเค้าเอากาแฟคั่ว รสวนิลานัท มาให้ชงให้กิน

มันก็เหมือนกาแฟคั่วที่ใส่ไซรัปวนิลาลงไปแต่ตัวเมล็ดมันไม่ได้มันหรือเหนียว(ไม่ทราบวิธีทำนะครับ)

เอาไปให้ลูกค้าคนอื่นชิมก็ติดใจกันไม่รู้จะเป็นทางเลือกเพิ่มสำหรับคนคั่วหรือเปล่าครับคุณวุฒิ

7 10 2009
vudh

เมืองไทยอาจจะมีอยู่นะครับ ไม่แน่ใจว่าบอนกาแฟก็มี เมืองนอกเข้าใจว่ามีมานานแล้วครับ เขาใส่ผง flavor ในขณะคั่ว เป็นผงเฉพาะสำหรับเรื่องนี้และเคยได้ยินมาว่าไม่ใช่ถูกๆ

แต่สำหรับคนดื่มกาแฟคุณภาพสูง มักเป็นพวก purist คือชอบแบบธรรมชาติครับ กาแฟดีๆ มันมีกลิ่นรสตามธรรมชาติที่มหัศจรรย์ของมันอยู่แล้ว ผมเคยลองกาแฟ flavor ตัวหนึ่งเป็นกลิ่นเฮเซลนัท บดลงไปกลิ่นติดเครื่องบดนานเลย และปนมากับกาแฟตัวอื่นๆ ที่ใช้ตามกันไปด้วย ใครจะลองควรระวังเรื่องนี้ด้วยนะครับ

8 10 2009
Boblam

No flavored coffee please as it tastes quite artificial. Typically, it used low quality beans as the ‘flavor’ can cover up blemishes.

If you want to add some flavor, flavored syrup is a better choice, IMHO.

12 10 2009
ittirit

ผมก็คิดว่ามันไม่ต่างอะไรกับการกลั่นกาแฟมาแล้วค่อยใส่ไซรัปทีหลัง

ใส่ไซรัปทีหลังดูจะง่ายซะอีกเพราะมันใส่ได้หลากหลายกว่า ดีกว่าที่มันติดอยู่ที่เมล็ดกาแฟครับ

ส่วนกลิ่นที่ติดเครื่องนั้น ติดนานพอดูเลยครับคุณวุฒิ

ที่เห็นฟรั่งทำอีกอย่างแต่ยังไม่มีโอกาศได้ลองชิมก็เรื่องของการคั่วโดยใช้ถ่านหินภูเขาไฟ

ถ้ามันต่างจริง ถ่านไม้บ้านเราก็น่าจะใช้ได้นะครับ แต่มันก็คงเป็นความหอมของการคั่ว ไม่ใช่มาจากเมล็ดกาแฟเพียว ๆ อยู่ดี

ใส่ความเห็น